• ปรับขนาด
    ตัวอักษร
  • ค้นหา
  • เปลี่ยนภาษา
บริการเงินกู้

บริการด้านเงินกู้


1. เงินกู้ประเภทฉุกเฉิน
สิทธิการกู้

- กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 1 เท่าของเงินเดือน และไม่เกินค่าหุ้นที่สมาชิกมีอยู่ในสหกรณ์
- ต้องมีเงินเดือนคงเหลือหลังจากหักรายการต่าง ๆ ของสหกรณ์ และรายจ่ายอื่น ๆ
แล้วไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ของเงินเดือนแต่ต้องไม่น้อยกว่า 1,500.- บาท
การขอกู้
- แจ้งเจ้าหน้าที่การเงินขอกู้เงิน พร้อมยื่นบัตรประจำตัว
- เจ้าหน้าที่พิมพ์คำขอกู้และหนังสือสัญญาเงินกู้ฉุกเฉินตามแบบที่ สหกรณ์ ฯ กำหนดให้สมาชิกลงลายมือชื่อ
- ทำสัญญาเงินกู้ครั้งเดียว รับเงินกู้ได้ตลอด 1 ปี (นับจากวันทำสัญญา)
- สามารถทำสัญญาเงินกู้ล่วงหน้าได้
การรับเงินกู้
- เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบสิทธิและเอกสารต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว สามารถรออนุมัติและรับเงินกู้ได้ทันที
- ขอรับเงินกู้ได้เดือนละกี่ครั้งก็ได้ จำนวนเงินกู้ที่รับขึ้นอยู่กับสิทธิ์การกู้ของสมาชิก
- การรับเงินกู้ทุกครั้ง ผู้กู้ต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/ข้าราชการ/พนักงานมหาวิทยาลัย ทุกครั้ง

- การมอบอำนาจให้ผู้อื่นรับเงินแทน ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจจะต้องแสดงบัตรประจำตัวประชาชน/
  ข้าราชการ/พนักงานมหาวิทยาลัยทุกครั้ง

การชำระหนี้
- ชำระภายใน 6 งวด งวดละเท่า ๆ กัน พร้อมดอกเบี้ย ทั้งนี้ ต้นเงินงวดแรกต้องไม่น้อยกว่างวดสุดท้าย
- การคิดดอกเบี้ยเงินกู้ จะคิดจากจำนวนเงินต้นคงเหลือที่เป็นหนี้อยู่ ตามระยะเวลาของการรับเงินในแต่ละ
  เดือน

 

2. เงินกู้สามัญ เป็นการกู้โดยใช้บุคคลค้ำประกัน ปัจจุบัน มี 4 รูปแบบ
2.1 เงินกู้สามัญทั่วไป
ใช้บุคคลค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน สิทธิ์การกู้สูงสุดไม่เกิน 2,000,000.- บาท ผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 180 งวด ยอดเงินที่กู้ได้ขึ้นอยู่กับเงินเดือนคงเหลือและสิทธิ์ของผู้ค้ำประกัน
     (1) สมาชิกที่เป็นข้าราชการ หรือลูกจ้างประจำสิทธิที่จะกู้ได้แบ่งเป็น
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 120 เดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000.- บาทผ่อนชำระได้ไม่เกิน 180 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 121 เดือนขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2,000,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 180 เดือน
     (2) สมาชิกที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย หรือ พนักงาน และลูกจ้างประจำโรงเรียนมอ. วิทยานุสรณ์ วงเงินกู้เกิน 300,000.- บาท ต้องใช้ผู้ค้ำประกัน 2 คน
      - อายุสมาชิกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 36 เดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 60 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 37 เดือน ถึง 60 เดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 500,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 72 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 61 เดือน ถึง 120 เดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 1,000,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 120 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 121 เดือนขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 2,000,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 180 เดือน
     (3) สมาชิกที่เป็นพนักงานเงินรายได้ หรือลูกจ้างชั่วคราว วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 400,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 100 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 12 เดือน ถึง 60 เดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 100,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 60 เดือน ตามอายุสัญญาจ้าง +12 เดือน แต่ไม่เกิน 60 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 61 เดือน ถึง 120 เดือน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 200,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 60 เดือน
     - อายุสมาชิกตั้งแต่ 121 เดือนขึ้นไป วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 400,000.- บาท ผ่อนชำระได้ไม่เกิน 100 เดือน
     (4) สมาชิกสมทบที่เป็นพนักงานเงินรายได้หรือลูกจ้างชั่วคราว ไม่มีสิทธิ์กู้จนกว่าจะเปลี่ยนสถานภาพเป็นสมาชิก(โดยมีอายุสมาชิก 2 - 5 ปี)

2.2 เงินกู้สามัญเพื่อซื้อรถยนต์ใหม่ และรถยนต์ใช้แล้ว
สมาชิกที่ประสงค์จะกู้เงินประเภทนี้ ต้องเป็นสมาชิกมาแล้วไม่น้อยกว่า 6 เดือน กรณีเป็นรถยนต์ใหม่ กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 90 % ของราคารถ ผ่อนสูงสุดไม่เกิน 72 เดือน ต้องทำประกันภัยชั้น 1 ใน 3 ปีแรก และประกันชั้น 3 นับจากปีที่ 4 จนหมดอายุสัญญา กรณีเป็นรถยนต์ใช้แล้วจะต้องเป็นรถยนต์ที่ใช้งานไม่เกิน 10 ปี กู้ได้สูงสุดไม่เกิน 90 % ของราคารถที่ได้ประมาณราคาโดยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ ผ่อนสูงสุดไม่เกิน 48 เดือน ต้องทำประกันภัยชั้น 1 ในปีแรกและประกันภัยชั้น 3 นับจากปีที่ 2 จนหมดอายุสัญญา ต้องจัดหาผู้ค้ำประกัน อย่างน้อย 1 คนเป็นผู้ค้ำประกัน และต้องนำเสนอสมุดคู่มือจดทะเบียนรถยนต์มาเป็นหลักประกันด้วย สมาชิกที่มี
สิทธิกู้จะต้องมีเงินเดือนคงเหลือตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2,000.- บาท

 

2.3 เงินกู้เพื่องานมงคลสมรสของสมาชิก
สมาชิกที่ประสงค์จะกู้เงินประเภทนี้ ต้องเป็นสมาชิกมาไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถกู้ได้สูงสุด ไม่เกิน 100,000.- บาท และต้องผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 12 งวด สมาชิกต้องแนบรายละเอียด ของการจัดงานแต่งงานแนบมาด้วย สมาชิกที่มีสิทธิกู้จะต้องมีเงินเดือนคงเหลือตามของระเบียบ กระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2,000.- บาท

 

2.4 เงินกู้สามัญเพื่อการศึกษาของสมาชิกและบุตร
สมาชิกที่ประสงค์จะกู้เงินประเภทนี้ ต้องเป็นสมาชิกมาไม่น้อยกว่า 1 ปี สามารถกู้ได้สูงสุดไม่เกิน 600,000.- บาท สำหรับการศึกษาภายในประเทศ 1,200,000.- บาท สำหรับการศึกษาต่างประเทศ และต้องผ่อนชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 100 งวด สมาชิกต้องแนบรายละเอียดของการรับเงินของสถานศึกษาประกอบด้วย การรับเงินกู้รับเป็นงวดของการศึกษา สมาชิกที่มีสิทธิกู้จะต้องมีเงินเดือนคงหลือตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2,000.- บาท

การยื่นกู้และรับเงินกู้สามัญ
1. ผู้กู้สามารถยื่นคำของกู้ได้ตามแบบที่สหกรณ์กำหนด และสอบถามรายละเอียดต่าง ๆได้ที่ฝ่ายสินเชื่อ สอ.มอ. หรือ สามารถยื่นกู้ผ่านเว็บสหกรณ์ออมทรัพย์ มอ. ได้
2. เฉพาะสมาชิกพนักงานเงินรายได้ คำขอกู้สามัญที่จะยื่นกู้ ต้องให้ผู้กู้ ต้องให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณารับรองก่อน
3. ผู้กู้และผู้ค้ำประกันทุกคน ต้องมาเซ็นสัญญากู้และสัญญาค้ำประกันเงินกู้ที่ฝ่ายสินเชื่อต่อหน้าเจ้าหน้าที่สหกรณ์ก่อนรับเงินกู้
4. หลังจากยื่นคำขอกู้และเอกสารต่าง ๆ เรียบร้อยแล้ว สามารถรับเงินกู้ได้หลังยื่นคำขอกู้ไม่เกิน 3 วันทำการ
หลักประกันสำหรับเงินกู้สามัญ
1. สมาชิกค้ำประกัน ตามวงเงินที่ระบุในสัญญาค้ำประกัน
2. สมาชิกคนหนึ่งจะเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้สามัญเพื่อการอื่น ๆ ได้ไม่เกิน 4 สัญญาโดยกำหนดวงเงินกู้และผู้ค้ำประกันดังนี้
     - วงเงินกู้ไม่เกิน 500,000.- บาท ให้มีผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 1 คน
     - วงเงินกู้เกิน 500,000.- บาท แต่ไม่เกิน 1,000,000.- บาท ให้มีสมาชิกผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 2 คน
     - วงเงินกู้เกิน 1,000,000.- บาท ให้มีสมาชิกผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 3 คน
     - วงเงินกู้เกิน 1,500,000.- บาท แต่ไม่เกิน 2,500,000.- บาท ให้มีสมาชิกผู้ค้ำประกันอย่างน้อย 4 คน
     - พนักงานเงินรายได้มีสิทธิค้ำประกันได้ไม่เกินสิทธิที่จะกู้ได้ และจะต้องเป็นสมาชิกสหกรณ์มาแล้วเกินกว่า 60 เดือน และเงินเดือนไม่น้อยกว่า 7,000.- บาท

 

3. เงินกู้พิเศษ แบ่งได้เป็น 3 รูปแบบ คือ
3.1 เงินกู้พิเศษเพื่อการอื่น ๆ คือ การกู้ที่มีวัตถุประสงค์ทั่ว ๆ ไป โดยใช้หลักประกันคือ สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นของผู้กู้
ที่ดิน น.ส.3ก./โฉนด/ ตราจอง/ บัญชีเงินฝากในสหกรณ์ ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลใดก็ได้ ที่ยินยอมรับภาระค้ำประกัน นำมายื่นกู้กับสหกรณ์ มีรายละเอียดดังนี้
(1) ใช้ทุนเรือนหุ้นค้ำประกัน กู้ได้ไม่เกิน 90% ของทุนเรือนหุ้นที่มีอยู่ในสหกรณ์ ผ่อนชำระ ได้สูงสุด 300 งวด
(2) เงินกู้พิเศษใช้บัญชีเงินฝากสหกรณ์ ค้ำประกัน กู้ได้ไม่เกิน 90% ของยอดเงินฝากที่ฝากไว้กับสหกรณ์ผ่อนชำระได้สูงสุด 300 งวด
(3) เงินกู้พิเศษใช้ที่ดินค้ำประกัน สิทธิ์การกู้และเงื่อนไขของสมาชิกแต่ละประเภทไม่เท่ากันแบ่งได้ ดังนี้

 

สมาชิกที่เป็นข้าราชการและลูกจ้างประจำ
สิทธิการกู้

ผู้กู้จะขอยื่นกู้พิเศษได้ทันทีภายหลังที่ได้รับอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยได้ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าหุ้นให้แก่สหกรณ์
แล้ว ทั้งนี้จะต้องมีค่าหุ้นอยู่ในสหกรณ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของวงเงินที่ขอกู้ และต้องไม่ต่ำกว่า 10,000.- บาท สมาชิกมีสิทธิกู้ได้ไม่เกิน 5,000,000.- บาทแต่ทั้งนี้ต้องมีเงินเดือนหรือเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ตามประกาศสหกรณ์) คงเหลือหลังจากหักรายการต่างๆ ของสหกรณ์และรายจ่ายอื่นๆแล้ว ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ของเงินเดือนหรือรวมเงินประจำตำแหน่ง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2,000.- บาท
การชำระคืน
การกู้เงินโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการอื่ ๆ ต้องผ่อนชำระให้หมดภายในระยะเวลา 240 งวด หรือ 20 ปี หรือขึ้นอยู่กับอายุราชการหรืออายุงานที่เหลืออยู่

 

สมาชิกที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว/พนักงานเงินรายได้/พนักงานราชการ
สิทธิการกู้
สมาชิกที่เป็นลูกจ้างชั่วคราว จะกู้ได้ต้องมีอายุสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ปี ที่ดินที่นำมาค้ำประกัน จะต้องเป็นชื่อของตนเอง คู่สมรส บุตร หรือพ่อแม่ของผู้กู้เท่านั้น ให้กู้ได้ไม่เกินร้อยละ 50 ของราคาประเมิน วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 5,000,000.- บาท และมีเงินเดือนคงเหลือไม่น้อยกว่า 2,000.- บาท
***
สมาชิกสมทบที่เป็นพนักงานเงินรายได้หรือลูกจ้างชั่วคราว ไม่มีสิทธิ์กู้จนกว่าจะเปลี่ยนสถานภาพเป็นสมาชิก(โดยมีอายุสมาชิก 2 - 5 ปี)
การชำระคืน
ต้องผ่อนชำระให้หมดภายในระยะเวลา 180 งวด หรือ 15 ปี

 

สมาชิกที่เป็นพนักงานมหาวิทยาลัย
สิทธิการกู้

ผู้กู้จะขอยื่นกู้พิเศษได้ทันทีภายหลังที่ได้รับอนุมัติรับเข้าเป็นสมาชิกสหกรณ์ โดยได้ชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้าและค่าหุ้นให้แก่สหกรณ์แล้ว ทั้งนี้จะต้องมีค่าหุ้นอยู่ในสหกรณ์ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 5 ของวงเงินที่ขอกู้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 10,000.- บาท สมาชิกมีสิทธิกู้ได้ไม่เกิน 5,000,000.- บาทแต่ทั้งนี้ต้องมีเงินเดือนหรือเงินเดือนรวมเงินประจำตำแหน่ง (ตามประกาศสหกรณ์) คงเหลือหลังจากหักรายการต่างๆ ของสหกรณ์และรายจ่ายอื่นๆ แล้ว ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 15 ของเงินเดือนหรือรวมเงินประจำตำแหน่ง แต่ต้องไม่น้อยกว่า 2,000.- บาท

การชำระคืน
ต้องผ่อนชำระให้หมดภายในระยะเวลา 240 งวด หรือ 20 ปี

 

3.2 เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์
เงินกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์ คือการกู้เพื่อซื้อที่ดินพร้อมบ้าน/ สร้างบ้านบนที่ดินของตนเองหรือคู่สมรส/ การไถ่ถอนที่ดินพร้อมบ้าน ที่มีวัตถุประสงค์เพื่อซื้อหรือสร้างจากสถาบันการเงินอื่น และหลักประกันดังกล่าวต้องเป็นชื่อของผู้กู้หรือคู่สมรส
สิทธิการกู้
การกู้พิเศษเพื่อการเคหะสงเคราะห์ สมาชิกสามารถกู้ได้โดยไม่จำกัดวงเงินกู้ โดยให้กู้ได้ตามสิทธิที่คำนวณได้ตามหลักเกณฑ์ของสหกรณ์หรือตามราคาประเมินหลักทรัพย์ของสหกรณ์
การชำระคืน
- ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 300 งวด
- พนักงานมหาวิทยาลัย ลูกจ้างชั่วคราว ผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 300 งวด

 

3.3 เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุน
เงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุน สมาชิกมีสิทธิกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 80 ของมูลค่าโครงการโดยมูลค่าของโครงการที่ยื่นกู้ต้องไม่ต่ำกว่า 500,000.- บาท โดยสมาชิกอาจยื่นกู้เพื่อการลงทุนตามโครงการร่วมกันได้ในสัญญาเดียวกัน ผู้กู้ต้องยื่นคำขอกู้ พร้อมรายละเอียดโครงการลงทุนตามแบบที่สหกรณ์กำหนด ทั้งนี้การลงทุนจะต้องกระทำภายในเขตพื้นที่จังหวัดที่มีสำนักงานของสหกรณ์และพื้นที่จังหวัด พัทลุง สตูล ตรัง นครศรีธรรมราช
สิทธิการกู้
สิทธิการกู้ประเภทนี้ ขึ้นอยู่กับมูลค่าโครงการและความเป็นไปได้ของโครงการ ไม่เกิน 10 ล้านบาท การยื่นกู้จะต้องยื่นรายละเอียดของโครงการลงทุนประกอบการพิจารณาด้วย
การชำระคืน
ผ่อนชำระได้สูงสุดไม่เกิน 180 งวดหรือ 15 ปี การกู้ประเภทนี้สมาชิกจะต้องนำเงินมาชำระด้วยตนเอง ไม่ได้หัก ณ ที่จ่าย และไม่มีเงินเฉลี่ยคืน

หลักประกันสำหรับเงินกู้พิเศษ
1. สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้นที่มีอยู่ในสหกรณ์
2. ที่ดิน น.ส.3ก./ โฉนด/ ตราจอง
3. บัญชีเงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์ฯ
4. พันธบัตรรัฐบาล
การยื่นกู้
1. ยื่นคำขอกู้ได้ทุกวันทำการที่ฝ่ายสินเชื่อ พร้อมเอกสารประกอบการขอกู้ เงินกู้พิเศษที่ใช้สิทธิเรียกร้องในค่าหุ้น และเงินกู้พิเศษที่ใช้เงินฝากในบัญชีเป็นประกัน สามารถรับเงินกู้ได้ในวันทำการถัดไป 1 วันจากวันที่ยื่นคำขอกู้
2. สำหรับเงินกู้พิเศษที่ใช้ที่ดินฯ เป็นประกัน ฝ่ายสินเชื่อจะดำเนินการนัดตรวจหลักทรัพย์ ที่ดิน ค้ำประกันตามลำดับที่ยื่นต่อไป
3. ฝ่ายสินเชื่อนำคำขอกู้ที่ผ่านการตรวจหลักทรัพย์แล้ว เสนอที่ประชุมคณะกรรมการเงินกู้ พิจารณาในช่วงประมาณวันสิ้นเดือนถึงต้นเดือนของเดือนถัดไป
4. เงินกู้ที่ผ่านการอนุมัติในที่ประชุมแล้ว ฝ่ายสินเชื่อจะแจ้งและนัดผู้กู้ไปทำนิติกรรมเพื่อรับเงินกู้ต่อไป

 

พื้นที่สำหรับหลักประกันเงินกู้พิเศษ
(ยกเว้นเงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุนให้ดูในเงินกู้พิเศษเพื่อการลงทุน)

1. พื้นที่ใน 14 จังหวัดภาคใต้ ประเภทเอกสารที่ดินที่นำมาค้ำประกันได้มี 3 ชนิด คือน.ส.3ก./ โฉนด/ ตราจอง
2. พื้นที่ในจังหวัดกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล มี จังหวัดนครปฐม, นนทบุรี, สมุทรปราการ,สมุทรสาคร, ฉะเชิงเทรา, ปทุมธานี, เขตเทศบาลเมืองของจังหวัดที่มีสนามบินพาณิชย์ ประเภทเอกสารที่ดินที่นำมาค้ำประกันได้ 2 ชนิด คือโฉนด และ ตราจอง
การประเมินราคา
1. ที่ดินว่างเปล่าเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กู้, คู่สมรส, บิดา, มารดา, พี่น้องร่วมบิดา-มารดาเดียวกัน เป็นประกันเงินกู้ได้ร้อยละ 60 ของราคาประมาณ
2. ที่ดินว่างเปล่าเป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลอื่น เป็นประกันเงินกู้ได้ไม่เกินร้อยละ 55ของราคาประมาณ
3. ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง เป็นหลักประกันเงินกู้ได้ 80 – 100 % ของราคาประมาณ
เอกสารประกอบการขอกู้
1. ขอแบบฟอร์มคำขอกู้พิเศษที่สหกรณ์ฯ
2. กรอกข้อความในแบบคำขอให้ครบถ้วน
3. สำเนา น.ส.3ก./ โฉนด/ ตราจองไม่ย่อ/ไม่ขยาย ถ่ายครบทุกหน้า 1 ชุด
4. สลิปเงินเดือนพร้อมใบเสร็จสหกรณ์เดือนสุดท้าย
5. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ ของผู้กู้ และคู่สมรสที่ยังไม่หมดอายุ ทะเบียนบ้าน พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง 2 ชุด
6. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือบัตรประจำตัวข้าราชการ ของเจ้าของที่ดินและคู่สมรส (ถ้ามี) ที่ยังไม่หมดอายุ และทะเบียนบ้าน พร้อมรับรอง สำเนาถูกต้อง 2 ชุด
7. หนังสือยินยอมคู่สมรสของผู้กู้และเจ้าของที่ดิน 2 ชุด
8. เอกสารอื่น ๆ เช่นสำเนาใบสำคัญการสมรส, สำเนาใบหย่า,สำเนาใบเปลี่ยนชื่อตัวหรือชื่อสกุล และใบมรณบัตร เป็นต้น อย่างละ 2 ชุด
9. เอกสารประกอบอื่น เช่น สัญญาจะซื้อจะขาย, สัญญากู้และสัญญาจำนองกับสถาบันการเงินอื่น ๆ แบบแปลนบ้าน และหนังสือรับรองราคาประเมินที่ดินจากสำนักงานที่ดิน (กรณีที่ดินต่างจังหวัด นอกเหนือจากสงขลาและปัตตานี)
10. กรณีกู้ทบ แนบสัญญากู้ยืมเงินฉบับเดิมด้วย